ไม่ได้อัพหลายวันอีกตามเคย อิอิ
มาอัพย้อนหลังเตือนความจำสักกะหน่อย (แต่ยาวแหงๆฮ่าๆๆๆ)
วันตรุษจีน...
ปีนี้ไม่ได้กลับไปแพร่อีกตามเคย
โบ้ขึ้นมาเชียงใหม่พอดิบพอดีเป๊ะๆ พอเข้าเช้าวันเที่ยว (มะวานวันไหว้ ก็ไม่ได้ไหวกะเค้า เหอๆ) ตื่นแต่เช้า
เตี๊ยมกะฝาชีว่า ถ้าออกจากห้องไปเจอหน้าใคร (พี่ๆน้องๆ และป้าเรา) ให้พูดซินเจียยู้อี่ ซินนี้ฮวดไช้ หรือไม่ก็ เก๊าอี่วัดส่าย (ภาษาจีนไหหลำ) นะ
เพราะวันนี้เป็นวันดี คนจีนเค้าถือมากๆ ให้พูดแต่เรื่องดีๆ ให้รื่นเริง ให้ไปเที่ยว เค้าถือว่า ถ้าเริ่มต้นปีมีแต่สิ่งดีๆ ปีนั้นทั้งปีก็จะมีแต่สิ่งที่ดี
ได้ผลดังคาด!! ฝาชีเราไปเก๊าอี่วัดส่ายโบ้ ก็เลยได้รับซองแดงๆมาหนึ่งซอง ........ ชื่นจายยยยยย อิอิ
หลังจากนั้นไม่นานเราก็อุ้มเมลเบอร์นไปเก๊าอี่วัดส่ายโบ้ด้วยอีกคน ก็ได้รับซองแดงๆมาคนละซองเช่นกัน คิกๆ
ชื่นจายสุดๆ ^^
พอสายๆ อ้วนไปทำงานแล้ว เรากับโบ้ น้องเบสท์และโกบอล (เมลเบอร์นด้วย) ก็เลยไปนั่งกินข้าวกันที่ร้านเพียว
กินไปคุยกันไปสรุปได้ว่า เดี๋ยวกินเสร็จไม่ไปไหว้พระแระ ไปวัดโรบินสันแทน เอิ๊กๆ
เราก็กลับมาบ้าน เอารถเข็นของลูกใส่รถ และเตรียมกระเป๋ายังชีพให้ลูก (บรรจุขวดนม ขวดน้ำ โป๊ะโกะ และจิปาถะเล็กๆน้อยๆของลูก) จากนั้นก็ตรงดิ่งไปโรบินสันเลย
ไปถึง โอ้ววววววว แม่เจ้า ... วันนี้วันของคนไทยเชื้อสายจีนแท้ๆเลย (วันนั้นเป็นวันธรรมดา ปกติคนจะไม่เยอะเท่าไหร่) มองไปทางไหนก็มีอาม่าอาอึ้ม เดินกันให้ควัก(กับลูกหลาน) อิอิ
เรากับโบ้ไปประเดิมร้านเข็มกลัดเพชรเป็นร้านแรก และเป็นลูกค้าคนแรกของร้าน ,,, นี่เลย เจ้าของร้านก็คนไทยเชื้อสายจีน พอเราอุดหนุนไป เค้าเลยแจกซองแดงให้เมลเบอร์นมาด้วยหนึ่งซอง (ข้างในไม่มากหรอก ถือเอาเคล็ดน่ะ อิอิ)
จากนั้นก็เดินดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยเปื่อย บ่ายๆก็กลับบ้าน
เมื่อยสุดๆ เพราะเมลเบอร์นไม่ยอมนั่ง/นอนในรถเข็นเลย ,,, เราก็เลยต้องอุ้มตลอดและให้โบ้เข็นรถเข็นเปล่าแทน เอิ๊กๆ
------------------------------------------
วันที่ 13 กุมภา...
วันเกิดโผมมมมมมมมมม
ปีนี้สิริรวมแล้ว หายใจมาครบ 25 ปีแล้ว งืมๆ
รู้สึกว่าหลายปีที่ผ่านมาไร้สาระโดยสิ้นเชิง แต่ปีล่าสุดที่เพิ่งผ่านไป ผ่านอะไรมาเยอะแยะจริงๆ
ทุกสิ่งที่น่าดีใจและระทึกใจ ประเดประดังเข้ามาเมื่อช่วงปีที่ผ่านมาจริงๆนะ
ทั้งเรียนจบโท (ดังที่ฝันไว้) แต่งงาน มีลูก ระทึกขวัญก็ทั้งไฟลวก เป็นบิด แพ้ท้องอย่างหนักหนาสาหัส โอ้ววววววว สุดๆจริงๆ
ว่าแล้ว วันเกิดปีนี้ก็เป็นวันธรรมดาไปเลยเหมือนกัน
เดกับแม่ ขึ้นมาเชียงใหม่พอดี
(2วันก่อนหน้าวันเกิด ดั๊นมีเรื่องไม่สบายใจซะด้วยสิ แต่พอจะหมดวันที่12 ทุกอย่างก็ลงตัวหายไปทันที อิอิ)
วันเกิดปีนี้เลยกลายเป็นวันบริการ
ตื่นแต่เช้ามาไหว้เดกับแม่ ขอพรวันเกิด
จากนั้นก็ทำหน้าที่เป็นพนักงานขับเคลื่อน ขับรถไปส่งเดซื้ออะไหล่รถตักและรถ Hino ของโรงงาน
กลับมาถึงบ้านก็รีบชวนแม่ไปซื้อเสื้อผ้าเด็กกัน
เสร็จแล้วก็รีบกลับมาพาโกบอลไปหาหมอที่เชียงใหม่ราม (โกบอลมีนัดกับหมอวันนี้พอดี)
จากนั้นก็กลับมาส่งโกบอลพักผ่อนที่บ้าน แล้วก็ขับรถให้เดกับแม่ ไปเก็บค่าเช่าบ้านที่เวียงกุมกาม ,,, แล้วก็แอบแวะ GobalHouse ดูนั่นโน่นนี่ ค่อยกลับบ้าน
หมดไปอีกหนึ่งวัน เป็นวันเกิดที่ไม่ได้ใช้เวลากับลูกเลย
วันทั้งวันในวันนั้น ปล่อยให้หน้าที่ดูแลเมลเบอร์นเป็นของฝาชีไปโดยปริยาย เอิ๊กๆ
(ขอบคุณพี่เอ๋ พี่ดาว สำหรับ sms และพี่ๆเพื่อนๆ ทุกคนสำหรับ HBD ทาง MSN ค่ะ ^^")
-------------------------------------------------------------
14 กุมภา
ปีนี้ครบรอบ 4 ปีของเราแล้ว
จะว่าเร็วก็เร็ว ช้าก็ช้า เห้อออออออ
ปีนี้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม แต่สถานะเปลี่ยนจากเดิมโดยสิ้นเชิง จากแฟนก็กลายมาเป็นฝาชีของเรา เหอๆ แถมยังพ่วงตำแหน่งเป็นพ่อคนแม่คนกันด้วย >.<
ไม่มีความพิเศษใดๆในวันแห่งความรักแบบนี้ เพราะฝาชีได้ยกยอดไปเมื่อวานแล้ว ด้วยการลางานอยู่ด้วยทั้งวัน (แต่เรากลับไม่ได้อยู่บ้านทั้งวันอ่ะเมื่อวานนี้)
ปีที่แล้วอ้วนก็ลางานมาอยู่ด้วยเช่นกัน ,,, ทีแรกปีนี้ก็ลืมๆไปแล้วด้วยซ้ำ
อ้วนถามขึ้นมาว่า ปีที่แล้วป่านนี้เราทำไรอยู่นะ
ก็นึกๆ นั่นดิ่ ทำไรอยู่น้อ??? ว่าแล้วก็เลยบอกว่าไปเปิดไดดูสิ จำได้ว่าเขียนไว้
พอก่อนนอน อ้วนเลยมาเปิดไดดู นั่งอ่านอมยิ้มคนเดียว บ้าไปแล้ว อิอิ
สรุปว่าวันเกิดในปีที่แล้ว เราอยู่ที่สปาของพ่อแม่อ้วน แล้วอ้วนก็มาอยู่เป็นเพื่อน ,,, อ้วนเดินไปวื้อเค้ก S&P ชิ้นเล็กมาให้ ยื่นมาให้ทื่อๆดื้อๆเลย แล้วบอกว่า happy birthday เล่นเอาเราตะลึงงันไปเล็กน้อย
ส่วนวันวาเลนไทน์ เราก็ซื้อเค้กรูปหัวใจสีขาวให้อ้วน จำได้ว่าเขินตัวเองสุดๆ กะจะทำโรแมนติกซะหน่อย ทำไม่ได้เลย เพราะมัวแต่นั่งหัวเราะจนทำอะไรไม่ได้เลย >.<
สรุปแล้วปีนี้วาเลนไทน์และวันเกิดรวบยอดของขวัญเป็นชิ้นเดียวว่างั้น
อ้วน(และคนอื่นๆ) บอกว่า เราได้ของขวัญมีค่าที่สุดแล้ว นั่นคือ "เมลเบอร์น" :)
(ก็แอบซึ้งและเลี่ยน แต่ถ้างกจริงๆ จะบอกว่า งั้นถ้าพูดงี้ ปีหน้าและต่อๆไปก็อดอ่ะดิ่ งือๆ) ^^"
-----------------------------------------------------
ก่อนจากไดอันแสนยาววันนี้
ต้องไม่ลืมอัพเดทความเคลื่อนไหว และพัฒนาการของหัวแก้วหัวแหวน / แก้วตาดวงใจของเรา (อิอิ เลี่ยนซะ)
ตอนนี้เมลเบอร์นเริ่มคอแข็งมั่งแล้ว ,,, ไม่ได้ป้อนเหล้าให้ลูกนะ ถึงได้คอแข็งอ่ะ อิอิ
เราอุ้มลูกซบบ่า เมลเบอร์นก็พยายามชูคอชันคอดูนั่นดูนี่
ตอนนี้บางทีไม่ต้องเอามือคอยประคองคอแล้ว เมลเบอร์นก็ชันคอได้เองไม่งอกแงกไปมา
ถือว่าเวลาเพียงสองอาทิตย์สำหรับการเริ่มจับนอนคว่ำและอุ้มซบบ่าให้เมลเบอร์นได้ฝึกนี้ ก็เร็วมากนะ
อ่อ........ ตอนนี้มาค้นพบอีกท่านอนนึงของลูกที่แสนจะน่ารักมากมายด้วยล่ะ

ท่านี้เรย... เราเป็นคนค้นพบเอง โดยบังเอิญ อิอิ
แต่เป็นการค้นพบที่มีความสุขมาก เพราะเวลาลูกนอนท่านี้บนอกเราหรืออ้วน ก็ดูมีความสุขทั้งสองคนล่ะ
ลูกจะนอนหลับและมือสองข้างกอดไว้ข้างตัวเรา
บอกตามตรงว่า นอนท่านี้แล้วปวดฉี่แค่ไหนก็อยากทน เพราะความน่ารักของเค้าล่ะ ไม่อยากให้เค้าตื่น
นอนมองยิ่งมีความสุข (อยากหยุดเวลาไว้ตอนนี้เหมือนกัน เพราะถ้าลูกโตแล้ว ก็คงนอนบนอกไม่ได้แล้วอ่า)
ส่วนตอนนี้ เวลากลางวันเราก็จะจับลูกนอนคว่ำแล้วล่ะ เพราะอยากให้เค้าคอแข็งนั่นเอง
อีกเหตุผลนึงนั่นก็คือ ลูกจะได้ไม่ผวา เวลาแขนขากระตุก แรกๆลูกก็นอนไม่ได้ เหมือนอึดอัด ฝืนมากๆ
ก็ค่อยๆทำทีละนิดๆ จนตอนนี้จับเมลเบอร์นพลิกได้ง่ายๆ ง่ายมากๆเลยด้วย (เริ่มรู้งานแระ อิอิ)

ดูท่านอนซะก่อน อิอิ น่าขำไหม นอนเป็นท่ากบเลยลูกเรา คิกๆ

อันนี้แอบขอแปะรูปที่มีเราเอี่ยวหน่อย
เพราะตั้งกะคลอดมาจนถึงตอนนี้ แทบไม่มีรูปเรากับลูกเลย
มัวแต่บ้าถ่ายให้พ่อลูก เหอๆ ของตัวเอง มิมีเรยยยยยยยยย >.<
อ่อ แล้วเดี๋ยวนี้ เวลานอนเวลาตื่นของเมลเบอร์นดีมากๆเลยล่ะ
แอบชื่นใจ..
เมลเบอร์นจะเริ่มหลับสนิทๆก็ราวๆเกือบ 5 ทุ่ม (ช่วงที่ยังโคลิก) แล้วจะตื่นแค่คืนละครั้งเท่านั้น
ส่วนมากจะตื่นราวๆตี4 แล้วก็ตื่นมาเรียกให้ป้อนนม กินไปนิดๆหน่อยๆ เราก็จับลูกวางลงที่นอน เมลเบอร์นก็นอนต่อได้เองไม่ต้องตบก้น ไม่ต้องกล่อมเลยด้วย
ตื่นอีกทีก็ประมาณ 7โมงกว่า 8 โมง ,,, ตื่นมาเราก็เปิดดูสรยุทธ (เปิดทิ้งไว้ฟังผ่านๆ) แล้วก็จะเล่นกับลูก
เมลเบอร์นตื่นเช้าหน้าตาสดใส และอารมณ์ดีมากๆด้วย

แล้วเราก็ค้นพบอีกเช่นกันว่า ตอนเช้าเราจะจับลูกกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงกับหมอนแบบในรูป
เมลเบอร์นก็จะยิ้ม มองนั่นมองนี่ นั่งเล่นนอนเล่นไปคนเดียว ไม่เอะอะโวยวายด้วย

ยกแขนยกขาออกกำลังกาย ยืดตัวไปมา อิอิ
เราเอง พอได้นอนพักบ้าง ตื่นเช้ามาก็อารมณ์ดีเหมือนกัน ก็พูดแล้วก็เล่นกับลูกสักพักก่อนจะส่งต่อให้อ้วนดูแล แล้วเราก็ไปล้างขวดนมทำนั่นโน่นนี่ตามประสาคนเป็นแม่ >.<
สรุปตอนนี้พัฒนาการเมลเบอร์นดีในระดับที่เราพอใจมากๆ
สองวันที่ผ่านมา (ถึงวันนี้) เมลเบอร์นก็เริ่มจะหายโคลิกแล้วด้วย
ราวๆ สองทุ่มกว่า เราห่อตัวลูกเสร็จก็อุ้มไว้ สักพักลูกก็หลับได้เอง เราก็ค่อยๆวางลูกลงที่นอน
ลูกก็จะหลับสนิทไปเลย ตื่นอีกทีก็ประมาณตี 3 เลย
ตื่นมาถ้าผ้าอ้อมไม่เต็มก็ให้กินนม กินเสร็จก็วางลงที่นอนลูกก็หลับเอง โฮ่ๆๆ เลี้ยงง่ายเหมือนเด็กโตพูดรูเรื่องเรย ^^
แล้วเมลเบอร์นก็จะปลุกป๊ากับมี๊อีกทีก็ประมาณ 7โมง ตามเคย (สงสัยตอนท้องเราเผลอกินนาฬิกาเข้าไปรึเปล่าหว่า ลูกรู้เวลามากๆเลยอ่ะ เกือบจะเป๊ะๆเวลาเดิมตลอด จนเรากับอ้วนสามารถกะเวลาลูกตื่นได้เลย อิอิ รู้กานนนนนนนนน)
ตอนนี้กิจวัตรเป็นแบบนี้มา 2-3 วันแล้ว (ที่เหมือนจะหายโคลิก)
หวังว่าลูกจะหายโคลิกและน่ารักแบบนี้ในเร็ววันและเรื่อยๆ
คนเป็นแม่อ่ะนะ เห็นลูกกินอิ่ม นอนหลับ มีพัฒนาการดี และสดใสร่าเริง เลี้ยงง่ายก็อดที่จะภูมิใจไม่ได้
ไม่เคยคิดว่าเป็นคนมีบุญหรืออะไรเลย แต่คิดว่าไม่ว่าการจะทำอะไรนั้น มันส่งผลจริงๆ ถ้าตอนท้องเครียดพอลูกเกิดมาก็คงจะเลี้ยงลำบากกันหน่อยล่ะ
เมลเบอร์นโชคดีที่ตอนที่เราโดนไฟลวก และเป็นบิด ลูกไม่ได้รับเอฟเฟคอะไรไปด้วย ตอนนั้นเราเองก็อดห่วงไม่ได้เหมือนกัน
ตอนนี้เมลเบอร์นแข็งแรง สดใสมากเมื่อเทียบกับคนที่เกิดวันเดียวกัน (น้องออมลูกพี่เจี๊ยบที่คลอดให้หลังเราไม่กี่นาที ที่โรงพยาบาลลานนา)
เห้อออออออออ แค่ไปไหน ใครๆก็ชมลูก เราก็ยิ้มแก้มปริแล้ว ^^
(ใครอยากรู้ว่าความรู้สึกแบบนี้เป็นไง อยากเข้าใจก็ลองมีลูกเป็นของตัวเองดู เข้าใจลึกซึ้งแน่นอน ฮ่าๆ)
รักลูกดั่งดวงใจ
(จบแบบเน่าๆ ใครทนไม่ได้ช่างประไร อิอิ)
|